กรกฎาคม 2569
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมอาหารของไทยเดือนพฤษภาคม หดตัวลดลงร้อยละ 4.9 มีอัตราการใช้กำลังการผลิตร้อยละ 47.3 หดตัวลดลงจากร้อยละ 50.0 ในเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากความต้องการสินค้าอาหารในตลาดโลกที่ชะลอตัว ประกอบกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และมาตรการทางการค้าของประเทศคู่ค้า ซึ่งส่งผลให้คำสั่งซื้อเพื่อการส่งออกลดลง นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังเผชิญกับการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ทำให้มีการปรับลดปริมาณการผลิตในหลายอุตสาหกรรมสำคัญ กลุ่มสินค้าที่มีการผลิตหดตัวลดลง ได้แก่ แป้งมันสำปะหลัง (-23.5%) ,บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (-9.8%) , กะทิ (-7.5) เนื้อไก่แช่แข็งและแช่เย็น (-3.9%) ส่วนกลุ่มสินค้าหลักที่มีการผลิตขยายตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ ผักผลไม้แช่แข็ง (+26.2%), น้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลทรายบริสุทธิ์ (+19.9%), อาหารสัตว์เลี้ยงสำเร็จรูป (+ 9.9%)
การบริโภคในประเทศเดือนพฤษภาคม 2569 ราคาสินค้าในหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.0 (YoY) โดยมีสาเหตุจากอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังขยายตัวตามการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและภาคการท่องเที่ยว ส่งผลให้การใช้จ่ายด้านอาหารทั้งในและนอกบ้านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการ ทั้งราคาวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าขนส่ง ยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้มีการทยอยปรับราคาสินค้าอาหารบางประเภท โดยกลุ่มสินค้าที่มีการปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ อาหารพร้อมทาน (+2.8%) , ข้าว แป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้ง (+0.9%), ผลิตภัณฑ์น้ำตาล (+0.8%), นมและผลิตภัณฑ์นม (+0.5%) ส่วนกลุ่มสินค้าอาหารที่มีราคาปรับตัวลดลง ได้แก่ เนื้อสัตว์ เป็ดไก่ และสัตว์น้ำ (-3.1%), ผลไม้สดแปรรูปและอื่นๆ (-0.8%)
การส่งออกสินค้าอาหารของไทยในเดือนพฤษภาคม ปี 2569 มีมูลค่า 157,718 ล้านบาท หดตัวลดลงร้อยละ 10.6 เป็นการกลับมาติดลบอีกครั้งหลังจากเติบโตชั่วคราวราว 4% ในเดือนก่อน ภาพรวมการส่งออกเดือนพฤษภาคมยังคงได้รับแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งออกมีต้นทุนสูงและทำได้ยากต้นทุนสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นจากราคาพลังงานและค่าขนส่ง เกิดภาวะเงินเฟ้อบั่นทอนเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคทั่วโลก ทั้งนี้ มีทุเรียนสดเป็นสินค้าหลักที่พยุงตลาดอาหารในภาพรวม มีมูลค่าสูงถึง 43,982 ล้านบาท ขยายตัวโดดเด่นที่ 8.8% คิดเป็นสัดส่วน 28% ของมูลค่าส่งออกอาหารทั้งหมดในเดือนพฤษภาคม 2569 ขณะที่เกษตรอาหารกลุ่มอื่นๆ หดตัวลงมาก บางสินค้าอยู่ในภาวะวิกฤติเช่น มันสำปะหลัง (-40.5%), น้ำตาลทราย (-35.5%), กุ้ง (-24.3%), ข้าว (-19.2%) และไก่ (-9.1%)
download PDF ย้อนกลับ