กุมภาพันธ์ 2569
“ในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 อุตสาหกรรมอาหารไทยหดตัวลงทั้งภาคการผลิตและส่งออก โดยดัชนีผลผลิตหดตัวลง -0.1% การส่งออกมีมูลค่า 326,132 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 9.2 (%YoY) สาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อของประเทศคู่ค้าที่อ่อนแรงจากมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ส่งผลให้สินค้าหลายรายการมีมูลค่าการส่งออกลดลงและกระทบต่อภาพรวม
ในปี 2568 อุตสาหกรรมอาหารไทยหดตัวในด้านการผลิต (-0.7%) ขณะที่การส่งออกมีมูลค่า 1.51 ล้านล้านบาท ลดลง -8.1% จากอุปสงค์โลกอ่อนแรง ราคาสินค้าเกษตรอาหารอ่อนตัว ความไม่แน่นอนด้านภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ นโยบายนำเข้าสินค้าเกษตรอาหารของอินโดนีเซีย และความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา โดยสินค้าหลักอย่างข้าวและมันสำปะหลังหดตัวลงมาก ขณะที่สับปะรดกระป๋อง (+8.2%), น้ำตาลทราย (+5.3%), มะพร้าว
(+7.4%), อาหารสัตว์เลี้ยง (+0.9%) และกุ้งแช่แข็ง (+1.2%) ขยายตัวและช่วยพยุงภาพรวมส่งออก
แนวโน้มไตรมาส 1 ปี 2569 คาดว่าการส่งออกอาหารไทยจะมีมูลค่า 305,900 ล้านบาท หดตัวที่ -11.5% โดยผลกระทบหลักมาจากสงครามตะวันออกกลาง ราคาพลังงานสูง และอุปสงค์โลกยังอ่อนแรงที่กระทบในช่วงปลายไตรมาส ประกอบกับมาตรการจำกัดการนำเข้าและพึ่งพาตนเองด้านอาหารของคู่ค้า ภาพรวมทั้งปี 2569 คาดการส่งออกอาหารไทยจะมีมูลค่า 1.40 ล้านล้านบาท ลดลง -7.3% โดยตลาดยุโรป (+15.9%) และเอเชียใต้ (+35%) คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่ตะวันออกกลาง (-50.7%) และ CLMV (-35.2%) จะหดตัวชัดเจน”
การผลิต
ในไตรมาส 4 ปี 2568 ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมอาหารของไทยโดยรวมหดตัวร้อยละ -0.1 (%YoY) สะท้อนภาวะการผลิตที่ทรงตัวจากอุปสงค์ในตลาดโลกที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ แม้ว่าจะมีอุตสาหกรรมอาหารในบางสาขาการผลิตที่มีระดับผลผลิตเพิ่มขึ้นและช่วยพยุงภาพรวมอุตสาหกรรม โดยมีการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ได้แก่ สับปะรดกระป๋อง การผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 43.0 จากปริมาณวัตถุดิบที่สูงขึ้นและความต้องการในตลาดต่างประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่อาหารสัตว์เลี้ยงสำเร็จรูป มีการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.6 และมีค่า contribution ต่อภาพรวมการผลิตค่อนข้างสูง ตามการเติบโตของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วโลก รวมถึงกุ้งแช่แข็ง มีการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.5 สำหรับอุตสาหกรรมอาหารที่มีการผลิตลดลงและกดดันต่อดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมอาหาร อาทิ แป้งมันสำปะหลังที่มีการผลิตลดลงร้อยละ -18.1 และเป็นหนึ่งในสาขาที่มีผลกระทบเชิงลบต่อภาพรวมการผลิตมากที่สุด ขณะที่สินค้าในกลุ่มเครื่องดื่มหลายรายการมีการผลิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ เครื่องดื่มกาแฟสำเร็จรูป (-24.9%), เครื่องดื่มบำรุงกำลัง (-7.3%) และน้ำผักน้ำผลไม้ (-7.7%) สะท้อนการแข่งขันรุนแรงในตลาดเครื่องดื่มและยอดขายที่ลดลงในตลาดส่งออกประเทศเพื่อนบ้านที่มีปัญหาความขัดแย้ง
download PDF ย้อนกลับ